3 วิธีแก้ปัญหารูขุมขนกว้าง สิว และ รอยแผลเป็นจากสิว

Rate this post

 

 

 

ปัญหาผิวไม่เรียบเนียนนั้นนอกจากจะทำให้มีปัญหาในการแต่งหน้าแล้ว ยังทำให้คุณขาดความมั่นใจ หากคุณกำลังรับมือกับปัญหาสิว รูขุมขนกว้าง หรือ รอยแดงที่เกิดจากสิว ด้วยส่วนผสมที่ได้รับการวิจัยและขั้นตอนการดูแลผิวที่มีประสิทธิภาพเหล่านี้ จะนำไปสู่ผิวที่กระจ่างใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

 

   คุณจะได้เรียนรู้อะไร – ทราบแนวทางจัดการปัญหารูขุมขนอุดตันจากสิว

ลดเลือนรอยแผลเป็นจากสิว และกระชับรูขุมขนให้ผิวหน้าเรียบเนียนแต่ง
หน้าง่าย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

1. กรดซาลิไซลิก – จัดการปัญหารูขุมขนอุดตันและสิว

กรดซาลิไซลิก เป็นตัวสำคัญที่ทำหน้าที่หลายอย่างสำหรับการทำให้ผิวกระจ่างใสขึ้น และลดรูขุมขมให้เล็กลง ไม่เพียงช่วยในเรื่องของการผลัดเซลส์ผิวเท่านั้น แต่ยังช่วยสลายสิ่งอุดตันที่จะนำไปสู่การเกิดสิวหัวดำ สิว และตุ่มสีขาวแข็ง เม็ดเล็ก ๆ ที่มักเกิดขึ้นตามแนวโหนกแก้มแต่ก็อาจจะเกิดตรงส่วนอื่น ๆ ได้เช่นกัน และยังเหมาะกับผิวที่มีตุ่มเม็ดเล็กสีขาวที่เรียกว่า Milia อีกด้วย

 

ยิ่งไปกว่านั้น กรดซาลิไซลิกยังช่วยลดรูขุมขมให้กลับมาสู่สภาพปกติโดยการกำจัดสารที่สร้างขึ้นที่ทำให้รูขุมขนกว้างขึ้นและเกิดเป็นจำนวนมากในบริเวณเดียวกัน เราขอแนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกรดซาลิไซลิกอ่อน ๆ ประมาณ 2% เป็นสูตรที่อ่อนโยนสามารถช่วยลดรอยแดง เพิ่มความชุ่มชื่นให้แก่ผิว และทำให้ผิวกลับมาสภาพปกติ ซึ่งเป็นสามสิ่งที่จะทำให้ผิวกระจ่างใสขึ้นอย่างแท้จริง

 

 

การศึกษาอีกชิ้นหนึ่งของ Chang ประเมินว่าหากใช้ IPL รักษาพร้อมกับการใช้ครีมที่ช่วยรักษาสิวจะช่วยฟื้นฟูสภาพผิวให้มีผลดีขึ้นหรือไม่ จากการศึกษาพบว่าถ้าคุณใช้ IPL พร้อมกับผลิตภัณฑ์รักษาสิวที่มี benzoyl peroxide ผิวจะได้รับการฟื้นฟูให้เห็นผลดีขึ้นกว่าการรักษาด้วย IPL เพียงอย่างเดียวถึง 63% – งานวิจัยจากสถาบัน JB cosmetic

2. ลดเลือนรอยแผลเป็นที่เกิดจากสิว

เป็นสิ่งที่น่าผิดหวังมาก หลังจากที่สิวได้หายไปแล้ว มักจะเกิดรอยแดง หรือแผลเป็นที่ไม่มีสีขึ้นมาแทน ซึ่งทำให้เกิดความรำคาญใจพอ ๆ กับการเป็นสิว ต้องขอบคุณสัญญาณเตือนการเกิดสิวที่สามารถลดการเกิดสิวได้ไวกว่าที่คุณคิดไว้ หลังจากที่ใช้กรดซาลิไซลิกให้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีวิตามินซี 25% ซึ่งจะช่วยให้ผิวของคุณกลับมาเรียบเนียน และกระจ่างใสยิ่งขึ้น คุณจะโล่งอกที่สามารถบรรเทาสัญญาณการเกิดปัญหาผิวที่เกิดขึ้นในอดีตได้

 

 

 

3. ลดขนาดรูขุมขนด้วยไนอะซินาไมด์ (Niacinamide)

ถึงแม้ว่ากรดซาลิไซลิกได้ปูทางสำหรับการลดขนาดรูขุมขนเอาไว้แล้ว แต่คุณสามารถที่จะได้รับผลในระดับที่ดียิ่งขึ้นโดยใช้วิธีการผสมไนอะซินาไมด์ลงไปด้วย เมื่อรูขุมขนได้ขยายออกกว้างกว่าขนาดปกติของมัน ไนอะซินาไมด์จะช่วยให้รูขุมขนดูกระชับขึ้น โดยการเสริมให้เซลส์ผิวมีรูปร่างที่ดีแบบธรรมชาติ หากพิจารณาการใช้ไนอะซินาไมด์ 10% ก็จะพบว่าเป็นสูตรเข้มข้นแต่มีความอ่อนโยน มีสารต้านอนุมูลอิสระ (antioxidants) และสารบำรุงผิว ที่จะช่วยให้รูขุมขนกลับมามีขนาดปกติและยังคืนสภาพผิวที่มีสุขภาพดีตามที่คาดหวังไว้ได้อีกด้วย

 

 

4. หลักสำคัญที่นำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีที่เห็นได้

ต้องมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ใช้อยู่ในแต่ละวันนั้นอ่อนโยนและไม่ก่อให้เกิดความละคายเคืองต่อผิว ไม่ควรขัดผิว หรือใช้แปรงทำความสะอาดที่มีขนแข็งเกินไป และใช้เพียงคลีนเซอร์ที่อ่อนโยนเท่านั้น ผลิตภัณฑ์ที่แรงเกินไปหรือมีส่วนผสมที่ระคายเคืองผิวจะยิ่งทำให้เกิดปัญหาเพิ่มมากขึ้น ถ้าคุณต้องการเพิ่มความชุ่มชื้นเป็นพิเศษ ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารบำรุงผิวแบบน้ำหรือของเหลวเท่านั้น การใช้โลชั่นหรือครีมจะทำให้รูขุมขนอุดตันได้ และคุณเองก็ไม่ได้ต้องการที่จะกลับไปสู่วัฏจักรเดิมอีกครั้งแน่นอน

 

สุดท้ายและสำคัญมากที่สุด ถ้าหากคุณต้องการที่จะเห็นความเปลี่ยนแปลงที่น่าทึ่งที่ช่วยแก้ปัญหารูขุมขน สิว ทำให้ผิวกระจ่างใสขึ้น และทำให้ผิวกลับมาเรียบเนียนอีกครั้ง หัวใจหลักสำคัญก็คือ ความสม่ำเสมอ หากคุณปฏิบัติตามคำแนะนำข้างต้นอย่างต่อเนื่องคุณก็จะได้เห็นผลลัพธ์ที่ดีอย่างรวดเร็วแน่นอน

 

 

 

 

 

ผมมีปัญหาเรื่องรูขุมขนกว้างมากครับ พอเริ่มใช้เครื่องก็เลยลองสังเกตดูว่ารูขุมขนมันจะเล็กลงจริงไหม ใช้ได้ประมาณแค่ สามครั้งแล้วลองถ่ายรูปก็รู้สึกว่า เห้ยมันตื้นขึ้นจริง ๆ อ่ะ พอมาใช้ประมาณครั้งที่ห้าและหก ลองเอารูปมาเปรียบเทียบดู บอกเลยว่าเห็นผลชัดเจนมาก…อ่านรีวิวอื่น ๆ จากผู้ใช้จริง

 

 

 

 

 

 

เรื่องที่น่าสนใจ แก้มใสอยากบอก

 

  • ผลิตภัณฑ์ที่มีกรดซาลิไซลิก (Salicylic Acid) ช่วยจัดการปัญหารูขุมขนอุดตันและสิว
  • ผลิตภัณฑ์ที่มีวิตามินซี 25% ใช้ลดเลือนรอยแผลเป็นที่เกิดจากสิว
  • ผลิตภัณฑ์ที่มีไนอะซินาไมด์ 10% ใช้ทำให้รูขุมขนกระชับขึ้น
  • ไม่ควรขัดผิว หรือใช้แปรงทำความสะอาดที่มีขนแข็งเกินไป จะยิ่งทำให้เกิดปัญหาเพิ่มมากขึ้น

อ้างอิง

  • Clinical, Cosmetic, and Investigational Dermatology, August 2015, pages 455-461
  • Skin Pharmacology and Physiology, June 2008, pages 124-135
  • Journal of Cosmetic and Laser Therapy, March 2006, pages 96-101
  • Journal of Cosmetic Dermatology, April 2004, pages 88-93