ป้องกันสิวอักเสบด้วย ipl

การรักษาสิวได้ก้าวหน้าไปมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เมื่อมีการริเริ่มนำเทคโนโลยีเลเซอร์มาใช้กับผิวหนัง การรักษาด้วยพลังงานแสงความเข้มสูง หรือ IPL ได้กลายมาเป็นวิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพและสามารถรักษาอาการสิวอักเสบได้ตั้งแต่ระดับอ่อนถึงปานกลาง นอกจากการกำจัดสิว ตุ่มหนอง และ ลดการอักเสบแล้ว การรักษาใบหน้าด้วย IPL ยังมีประโยชน์ในการรักษารอยแผลเป็นที่เกิดจากสิวบนใบหน้าได้อีกด้วย แผลเป็นอาจจะเป็นสิ่งที่โชคร้ายและมักจะเกิดขึ้นตามมาในผู้ที่เป็นสิวเรื้อรัง

เรื่องที่คุณจะได้เรียนรู้คือ – iPL สามารถช่วยลดความมันส่วนเกิน ป้องกันสิวอักเสบที่เกิดจากแบคทีเรีย P.acne ได้อย่างไร และยังช่วยลดรอยแดงที่เกิดจากสิว ช่วยทำให้ผิวหน้าดูเรียบเนียนขึ้น

  1. สาเหตุของการเกิดสิวอักเสบ
  2. ใครบ้างมีโอกาสเป็นสิวอักเสบ
  3. วิธีการรักษาสิวอักเสบด้วย IPL
  4. ใครที่ไม่แนะนำให้ใช้ IPL
  5. การรักษาด้วย IPL ทำงานอย่างไร
  6. ใช้ IPL ได้บ่อยแค่ไหน
  7. ตัวอย่างผลลัพธ์การรักษา

 

สาเหตุของการเกิดสิวอักเสบ

ภาพแสดงลำดับของการเกิดสิวอักเสบ
ภาพแสดงลำดับของการเกิดสิวอักเสบ ที่มา: www.drbotox.tumblr.com

สิวเป็นโรคผิวหนังเรื้อรังที่มักเกิดได้ทั่วไป เกิดจากการอักเสบของต่อมไขมัน สิวมักจะเกิดขึ้นเมื่อผิวหนังไม่สามารถขับน้ำมันให้ไหลออกมาได้ปกติ สิวจะเกิดที่รูขุมขนใต้ผิวหนัง ลึกลงไปในแต่ละรูขุมขนก็จะพบต่อมไขมันที่ทำหน้าที่ผลิตไขมัน (sebum) ไขมันนี้จะทำให้ผิวนุ่มและชุ่มชื้น  ระหว่างที่มีการสร้างเซลล์ผิวใหม่ เซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วจะถูกขับออกมาภายนอกผิว กระบวนการผลิตเซลล์ผิวใหม่จะเกิดภายใต้สภาวะแวดล้อมที่เหมาะสมอย่างค่อยเป็นค่อยไปและสม่ำเสมอ อย่างไรก็ตามจะมีบางคนที่เซลล์ผิวที่ตายแล้วไม่สามารถถูกขับออกมาภายนอกได้ เซลล์ผิวที่ตายแล้วก็จะไปจับกับน้ำมันและก้อนไขมัน กลายเป็นก้อนเหนียวที่อุดตันรูขุมขน ซึ่งก้อนนี้จะจับน้ำมันและแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิวที่เรียกว่า Propionibacterium acnes (P.acne) อยู่ภายในรูขุมขนซึ่งทำให้เกิดการอักเสบกลายมาเป็นสิว

“สิวเป็นโรคผิวหนังเรื้อรังที่มักเกิดได้ทั่วไป เกิดจากการอักเสบของต่อมไขมัน สิวมักจะเกิดขึ้นเมื่อผิวหนังไม่สามารถขับน้ำมันให้ไหลออกมาได้ปกติเพราะเซลล์ผิวที่ตายแล้วอุดตัน และจับกับน้ำมันและก้อนไขมัน กลายเป็นก้อนเหนียวอุดตันรูขุมขน เกิดแบคทีเรีย P.acne”

ในสภาวะไร้ออกซิเจนภายในรูขุมขนจะก่อให้เกิดสภาพแวดล้อมที่สมบูรณ์แบบในการสืบพันธ์เพื่อเพิ่มจำนวนของแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิว Propionibacterium acnes และปล่อยสารพอร์ไฟริน (Porphyrin) ออกมา  การเกิดสิวจะใช้เวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์ก่อนที่สิวจะปรากฏขึ้นมาบนผิวหนัง ในช่วงวัยรุ่น ฮอร์โมนจะเร่งการผลิตน้ำมันของต่อมไขมันให้ขับออกมาอย่างรวดเร็ว จึงทำให้ผิวของวัยรุ่นมีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นสิวได้มากกว่า

ใครบ้างมีโอกาสเป็นสิวอักเสบ

ถึงแม้เรื่องสิว ๆ จะไม่เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต แต่สิวมักจะทำให้เกิดแผลทางอารมณ์มีผลกระทบกับความภาคภูมิใจในตนเองและลดความมั่นใจในตนเอง และหากปล่อยไว้ไม่รักษาก็จะทำให้เกิดแผลเป็นได้

  • ช่วงอายุ – ระหว่าง 10-13 ปี และอาจเป็นไปอีก 5-10 ปี พบในวัยแรกรุ่นช่วงระยะสืบพันธุ์
  • เพศ – ชายและหญิงมีโอกาสเกิดสิวได้พอ ๆ กัน วัยรุ่นชายจะมีโอกาสเกิดการอักเสบและเป็นนานกว่า
  • ฮอร์โมน – ช่วงอายุ 20-25 ปี แต่บางครั้งสิวฮอร์โมนจะยังคงอยู่ต่อไปจนอายุมากกว่า 30 ปีในเพศหญิง

ในสหรัฐอเมริกา การรักษาและยาที่ใช้รักษาสิวมีมูลค่ามากกว่า 1.4 ล้านดอลลาร์ต่อปี ในหลาย ๆ เคส เงินที่จ่ายไปในการรักษาสิวกลับให้ผลที่ประทับใจน้อยกว่าเมื่อเทียบกับเงินที่จ่ายไป โชคร้ายที่สิวบางครั้งอาจจะรักษาได้ยาก การบำบัดแบบดั้งเดิมมักจะเกิดผลข้างเคียงหลายอย่างและอาจจะใช้เวลาเป็นเดือนกว่าจะเห็นผลลัพธ์ที่ดี การรักษาเฉพาะจุดก็เป็นสาเหตุให้เกิดอาการแดง ผิวหนังจะไวต่อสิ่งเร้าและเกิดการอักเสบ การรักษาโดยการให้ยาจากแพทย์ เช่น ยาปฏิชีวนะ จะใช้เวลาประมาณอย่างน้อย 3 เดือนโดยต้องรักษาอย่างต่อเนื่อง ถึงจะได้เห็นผลลัพธ์ตามที่คาดหวังไว้ และบ่อยครั้งจำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะ 2 หรือ 3 หรือ 4 รอบ การรับประทานยาชีวนะก็อาจะทำให้เกิดอาการปวดในระบบทางเดินอาหารทำให้ผิวไวต่อแสง ทำให้ผู้หญิงมีแนวโน้มติดเชื้อยีสต์ได้ จากการศึกษาค้นคว้าชี้ให้เห็นว่า 40% ของแบคทีเรียตามผิวหนังจะเกิดอาการดื้อยาปฏิชีวนะ ทำให้การใช้ยาปฏิชีวนะจึงไม่ใช่อาวุธที่น่าเชื่อถือในการต่อสู้กับสิว

วิธีการรักษาด้วย IPL

ภาพแสดงการป้องกันสิวอักเสบด้วย IPL
ภาพแสดงการป้องกันสิวอักเสบด้วย IPL ที่มา: wwwdrbotox.tumblr.com

การรักษาด้วย IPL เป็นการปฏิวัติการรักษาสิวซึ่งเป็นตัวเลือกที่ใช้ในการรักษาสิวได้อย่างมีประสิทธิภาพในผู้ป่วยหลาย ๆ คน IPL จะเข้าไปทำลายเชื้อแบคทีเรียทั่ว ๆ ไปได้เกือบทั้งหมดโดยเฉพาะเชื้อแบคทีเรีย Propionibacterium acnes ที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดสิวโดยไม่ต้องใช้ยาในการรักษา ไม่เกิดอาการเจ็บปวด และไม่ต้องใช้เวลาพักฟื้น ความยาวคลื่นแสงที่เหมาะสมโดยเฉพาะแสงสีแดงและเขียว ที่จะแทรกผ่านลึกลงไปยังเชื้อแบคทีเรีย P. Acnes ที่อยู่ในรูขุมขนได้ โดยการไปกระตุ้นสาร พอร์ไฟรินให้ทำงาน นอกจากนี้การจะทำลายเชื้อแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในผิวหนังซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวนั้น IPL จะตรงไปยังต่อมไขมันที่เป็นสาเหตุให้เกิดสิวเป็นหนองอีกด้วย ความร้อนที่เกิดขึ้นลึกไปยังผิวหนังจะช่วยลดการอักเสบของต่อมไขมัน และช่วยป้องกันไม่ให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันส่วนเกินออกมามากเกินไป การฆ่าเชื้อแบคทีเรียด้วย IPL ไม่เพียงแต่ช่วยรักษาสิวที่เป็นอยู่ในขณะนั้น แต่ยังสามารถช่วยป้องกันการเกิดสิวในอนาคตได้ นอกจากนี้ยังสามารถปรับปรุงผิวที่มีจุดคล้ำที่มองเห็นได้และรอยแผลเป็นที่ไม่มากได้อีกด้วย

การรักษาด้วย IPL เป็นการปฏิวัติการรักษาสิวซึ่งเป็นตัวเลือกที่ใช้ในการรักษาสิวได้อย่างมีประสิทธิภาพในผู้ป่วยหลาย ๆ คน IPL จะเข้าไปทำลายเชื้อแบคทีเรียทั่ว ๆ ไปได้เกือบทั้งหมดโดยเฉพาะเชื้อแบคทีเรีย Propionibacterium acnes (P.acne) ที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดสิวโดยไม่ต้องใช้ยาในการรักษา ไม่เกิดอาการเจ็บปวด และไม่ต้องใช้เวลาพักฟื้น

คนไข้ที่มีแนวโน้มผิวเป็นสิว เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการช่วยลดแผลบนใบหน้าที่เกิดจากสิว ทำให้หน้าใสขึ้นจะใช้ IPL คู่กับการรักษาด้วยแฟรคชันนัลเลเซอร์ (Fractional laser) ซึ่งคุณสามารถที่จะสลับใช้ IPL หรือ แฟรคชันนัลเลเซอร์ ได้ทุก 4 สัปดาห์ หรือจะใช้คู่กันในการรักษาก็ได้

IPL จะเป็นการรักษาสิวที่ปลอดภัยที่สุดในขณะนี้เนื่องจากไม่มีผลข้างเคียง ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสามารถรักษาสิวอักเสบระดับปานกลางได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยกว่าการเลือกรับประทานยา Accutane นอกจากนี้ IPL ยังได้รับการรับรองจาก FDA สำหรับใช้ในการรักษาสิวอีกด้วย

ใครที่ไม่แนะนำให้ใช้ IPL

การรักษาด้วย IPL จะเป็นแบบ non-invasive (ไม่ลุกล้ำ ไม่ทำให้เจ็บ) ทำให้ IPL กลายเป็นตัวเลือกในอุดมคติของคนไข้หลาย ๆ คน แต่ก็มีคนไข้บางคนที่ไม่ควรได้รับการรักษาผิวหนังด้วยวิธีนี้

  1. คนไข้ที่มีโทนผิวสีเข้ม หรือ มีผิวเข้มในระดับสูงตามที่ Fitzpatrick ได้กำหนดไว้จะไม่ได้รับการตอบสนองที่ดีนักในการรักษาและยังมีความเสี่ยงสูงที่ผิวจะเข้มขึ้น เกิดจุดด่างดำ (hyperpigmentation) หรือ ผิวซีดขึ้น เป็นรอยด่าง (hypo pigmentation) IPL
  2. ผู้ป่วยที่เพิ่งทำผิวสีแทน รวมไปถึงการใช้สเปย์ที่ทำให้ผิวมีสีแทน คนไข้ที่เพิ่งทำผิวสีแทนหากต้องการที่จะใช้ IPL ควรรอหลังจากที่ทำสีผิวมาแล้วอย่างน้อย 2 อาทิตย์ ตั้งแต่มีการใช้พลังงานแสงและ Laser มาจัดการกับเมลานิน มันก็มีความเสี่ยงที่ไม่ได้ตั้งใจเพิ่มขึ้น ซึ่งในเคสนี้ การรักษาด้วย IPL อาจจะทำให้เกิดการไหม้หรือเป็นจุดคล้ำได้ และอาจจะให้ผลลัพธ์ในการรักษาที่น้อยกว่าที่ตั้งไว้
  3. คนไข้ที่รับประทานยา Accutane® ไม่ควรใช้ IPL หากต้องการใช้ควรหยุดยาไปแล้วอย่างน้อย 6 เดือน
  4. คนไข้ที่มีแนวโน้มจะเป็นแผลคีลอยด์ (keloid) หรือแผลเป็นนูนเกิน (hypertrophic scarring) ควรแจ้งข้อมูลอย่างละเอียด เนื่องจากจะมีความเสี่ยงที่จะเกิดการบาดเจ็บที่ผิวหนังซึ่งเป็นผลมาจากการใช้พลังงานแสงหรือเลเซอร์ในการรักษา สิ่งเหล่านี้จะเป็นสิ่งที่นำมาใช้ในการตัดสินใจของพวกเขาเองหากต้องการที่จะรักษา
  5. หญิงตั้งครรภ์ควรเลื่อนการรักษาไปก่อน รอให้คลอดก่อน
  6. ผู้ที่ไวต่อแสงควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มรักษา

การรักษาด้วย IPL ทำงานอย่างไร

ขณะรักษาด้วย IPL พลังงานแสงที่มีความเข้มสูงขนาดสั้นจะถูกปล่อยออกมาจาก handpiece ไปยังผิวหนัง เมื่อผิวหนังดูดซึมพลังงานแสงเข้าไป จะเกิดความร้อนและจะรู้สึกเหมือนโดนหนังยางยิงใส่ในชั่วขณะหนึ่ง การรักษาด้วย IPL จะใช้เวลาสั้น ๆทั่วไป ประมาณครั้งละ 20-30 นาที และคนไข้ส่วนมากต้องได้รับการรักษาประมาณ 4-6 ครั้งจึงจะบรรลุผลตามต้องการ

ผลลัพธ์การรักษา

คุณสามารถคาดการณ์ไว้ได้ว่าจะเกิดความรู้สึกเหมือนโดนแดดเผาเบา ๆ อาจจะมีอาการบวมเล็กน้อยร่วมด้วยเป็นระยะเวลาประมาณ 2-24 ชม. และสามารถใช้เจลหรือแพ็คน้ำแข็งเพื่อบรรเทาอาการได้ อาจจะมีสิวเกิดขึ้นคล้าย ๆ กับที่เคยพบเมื่อทำการลอกผิวหรือการเริ่มต้นใช้ยาเฉพาะทางหรือรับประทานยารักษาสิว สิวบางเม็ดอาจจะกลายเป็นสีแดงได้ ซึ่งสิวจะหายได้เองหลังจาก 2-3 สัปดาห์ การยับยั้งไม่ให้เกิดการบาดเจ็บสามารถคาดการณ์ไว้ได้ขึ้นอยู่กับคอร์สการรักษาของคุณ

ใช้ IPL ได้บ่อยแค่ไหน

ความถี่ของการรักษาจะพิจารณาจากระดับความรุนแรงของสิวของคนไข้ หรืออาจจะพิจารณาจากประสบการณ์การเกิดสิวของคนไข้ หรือพิจารณาสิวหรือแผลเป็น ขอแนะนำว่าควรจะรักษา 6 ครั้ง โดยทำซ้ำทุก 1-2 เดือนเพื่อให้ได้ผลที่มีประสิทธิภาพในการปรับสภาพสีผิว แผลเป็นที่ไม่ต้องการ และการปรับแน้วโน้มการเกิดสิวให้กลับมาปกติ การทำซ้ำจะช่วยให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้น กระตุ้นการเกิดคลอลาเจน และหมดปัญหาเรื่องสิว

ความแตกต่างที่คุณจะสังเกตเห็นได้

เมื่อทำการรักษา คุณสามารถคาดหวังได้ว่าจะเกิดสิวน้อยลง และผิวดูกระจ่างใสขึ้น หากคุณมีจุดด่างดำ หรือโดนแดดทำร้ายผิว ซึ่งการรักษานี้จะช่วยลดอาการดังกล่าวทำให้ผิวดีขึ้น ทั้งหมดนี้ก็จะทำให้คุณมีผิวที่สว่างกระจ่างใสขึ้น

ตัวอย่างผลการรักษา

รู้หรือไม่ IPL ใช้ควบคุมระดับความมัน ป้องกันสิวได้
ตัวอย่างผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษา ลดสิวอักเสบ: ที่มา: www.drbotox.tumblr.com
รู้หรือไม่ IPL ใช้ควบคุมระดับความมัน ป้องกันสิวได้
ตัวอย่างผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษา ลดสิวอักเสบ: ที่มา: www.drbotox.tumblr.com
รู้หรือไม่ IPL ใช้ควบคุมระดับความมัน ป้องกันสิวได้
ตัวอย่างผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษา ลดสิวอักเสบ: ที่มา: www.drbotox.tumblr.com
รู้หรือไม่ IPL ใช้ควบคุมระดับความมัน ป้องกันสิวได้
ตัวอย่างผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษา ลดสิวอักเสบ: ที่มา: www.drbotox.tumblr.com
รู้หรือไม่ IPL ใช้ควบคุมระดับความมัน ป้องกันสิวได้
ตัวอย่างผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษา ลดสิวอักเสบ: ที่มา: www.drbotox.tumblr.com
รู้หรือไม่ IPL ใช้ควบคุมระดับความมัน ป้องกันสิวได้
ตัวอย่างผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษา ลดสิวอักเสบ: ที่มา: www.drbotox.tumblr.com

ประโยชน์ของการรักษาสิวและแผลเป็นด้วย IPL

ถึงแม้ว่าการรักษาด้วย IPL นี้อาจจะไม่เหมาะกับทุกคน แต่การรรักษาใบหน้าด้วย IPL เป็นตัวเลือกแบบไม่ต้องผ่าตัดหรือไม่ทำให้บาดเจ็บ (non-invasive) ที่เยี่ยมมากสำหรับคนไข้ที่ต้องการรักษาสิวหรือลดรอยแผลเป็น การรักษาสิวเฉพาะจุดมีแนวโน้มที่จะเป็นการแก้ปัญหาชั่วคราวและบางครั้งก็เป็นเพียงการแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็วเท่านั้น

การรักษาด้วย IPL จะช่วยให้คุณไม่ต้องพึ่งพาการรักษาเฉพาะจุดและการใช้ยา การบำบัดด้วย IPL จะทำให้คนไข้สามารถแก้ไขปัญหาผิวหนังและไม่ทำให้เกิดปัญหาซ้ำอีก ความรู้สึกไม่สบายตัวเพียงเล็กน้อยที่เกิดจากขั้นตอนการรักษาก็ไม่จำเป็นต้องใช้ยาชา ผลข้างเคียงก็น้อยมากและเกิดได้ยาก อาการแดงที่เกิดขึ้นตรงบริเวณที่รักษาก็จะปรากฏไม่นาน สามารถกลับมาเป็นปกติได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง แผลเป็นที่เกิดจากสิวจะส่งผลกระทบได้ทั้งสีและผิวสัมผัสบนผิวหนัง แผลเป็นอาจจะเกิดเป็นรอยบุ๋มเล็ก ๆ บนผิวหนังหรือเนื้อเยื้อแผลเป็นนูนขึ้นมา ทั้ง 2 เคสนี้ แผลเป็นมักจะทำให้สีผิวไม่สม่ำเสมอ ปรากฏในรูปของรอยแดง หรือ จุดด่างดำ เนื่องจาก IPL มีเป้าหมายเฉพาะเซลล์เม็ดสี การรักษาด้วย IPL จึงมีผลการเปลี่ยนสีผิวด้วยเช่นกัน ส่งผลให้สามารถลดรอยแผลเป็นที่มองเห็นได้อย่างรวดเร็วและช่วยให้ผิวหน้ามีสีผิวสม่ำเสมอ แต่ IPL จะไม่ช่วยให้แผลเป็นเรียบเนียนขึ้นหรือทำให้แผลเป็นตื้นขึ้นได้

การรักษาด้วย IPL จะช่วยให้คุณไม่ต้องพึ่งพาการรักษาเฉพาะจุดและการใช้ยา การบำบัดด้วย IPL จะทำให้คนไข้สามารถแก้ไขปัญหาผิวหนังและไม่ทำให้เกิดปัญหาซ้ำอีก 

รู้หรือไม่ IPL ใช้ควบคุมระดับความมัน ป้องกันสิวได้
ตัวอย่างผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษา ลดรอยสิวด้วย IPL ที่มา: www.drbotox.tumblr.com

สิ่งสำคัญที่ควรหลีกเลี่ยงในการรักษาสิว

  • อย่าทำความสะอาดมากเกินไป หรือขัดผิวแรงด้วยผลิตภัณฑ์ที่คม หรือใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่แรงเกินไป โปรดจำไว้ว่าสิวไม่ได้เกิดจากความสกปรก สิ่งสำคัญคือควรล้างหน้าวันละ 2 ครั้ง เพื่อกำจัดสิ่งสกปรก ผิวหนังที่ตายแล้ว และน้ำมันส่วนเกินบนผิวของคุณ
  • หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ เนื่องจากเป็นสาเหตุทำให้เกิดการอักเสบมากขึ้น ผลิตภัณฑ์ที่กระชับผิวหลาย ๆ ตัวมักจะมีแอลกอฮอล์ผสมอยู่ ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ผิวแห้งและเกิดการระคายเคือง
  • ในระหว่างที่เกิดสิว ควรหลีกเลี่ยงการใช้รองพื้น แป้ง หรือ ปัดแก้ม หากคุณต้องแต่งหน้าให้ลบออกให้หมดในตอนเย็น ถ้าเป็นไปได้ให้เลือกเครื่องสำอางแบบปราศจากน้ำมัน (oil-free) ที่ไม่ใส่สีและสารเคมี ให้เลือกเครื่องสำอางที่ติดฉลากไว้ว่า “ไม่ทำให้ผิวอุดตัน (noncomedogenic)” ซึ่งหมายความว่าจะไม่เป็นสาเหตุของการเกิดสิว และแต่งหน้าเท่าที่จำเป็น
  • โปรดระวังเหงื่อ การออกกำลังกายจะทำให้ร่างกายมีอุณภูมิสูงขึ้นและการกระตุ้นให้เกิดเหงื่อ ทำให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ดังนั้นควรทำความสะอาดร่างกายหลังจากที่ออกกำลังกายแล้ว
  • เวลาเกิดสิว หลีกเลี่ยงการใช้มือไปจับหน้า เท้าคางหรือแก้ม ไม่เพียงแต่จะเป็นการแพร่เชื้อแบคทีเรียแล้วยังทำให้เกิดการระคายเคืองจนทำให้ผิวหนังเกิดการอักเสบ ห้ามบีบหรือแกะสิวด้วยนิ้วมือ เพราะจะทำให้เกิดการติดเชื้อจนเกิดการอักเสบมากขึ้นและเกิดแผลเป็นถาวร

แผลเป็นมักจะทำให้สีผิวไม่สม่ำเสมอ ปรากฏในรูปของรอยแดง หรือ จุดด่างดำ เนื่องจาก IPL มีเป้าหมายเฉพาะเซลล์เม็ดสี การรักษาด้วย IPL จึงมีผลการเปลี่ยนสีผิวด้วยเช่นกัน ส่งผลให้สามารถลดรอยแผลเป็นที่มองเห็นได้อย่างรวดเร็วและช่วยให้ผิวหน้ามีสีผิวสม่ำเสมอ แต่ IPL จะไม่ช่วยให้แผลเป็นเรียบเนียนขึ้นหรือทำให้แผลเป็นตื้นขึ้นได้

สนใจสั่งซื้อเครื่อง iPL

เครื่องเลเซอร์ iPL ลดความมันใบหน้า ป้องกันสิวอักเสบจากแบคทีเรีย P.Acne ลดรอยแดง รอยดำจากสิว
FB : @envithailand
Line : @envithailand
Email : support@envithailand.com
Website: รายการสินค้า
Call : 02-105-4259 (จันทร์ – ศุกร์ 8.00 – 20.00 หรือ เสาร์ – อาทิตย์ 8.00 – 18.00)
รู้หรือไม่ IPL ใช้ควบคุมระดับความมัน ป้องกันสิวได้
3.8 (75.48%) 31 votes