วันนี้แก้มใสจะมาพูดถึงการดูแลตัวเองของสาวๆ สมัยนี้ ที่ไม่ได้มีแค่การดูแลรูปร่างหน้าตาและผิวพรรณเท่านั้นแล้ว แต่ยังรวมไปถึงการกำจัดขนส่วนเกินบริเวณต่าง ๆ เพื่อช่วยเพิ่มความมั่นใจและสุขอนามัยที่ดีโดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันสำคัญสุดพิเศษอย่าง วันแต่งงาน ที่เจ้าสาวอยากสวยสมบูรณ์แบบทุกกระเบียดนิ้ว เพื่อสร้างความประทับใจให้กับเจ้าบ่าว หรือจะวันออกทริปเกาะสวยทะเลใสกับแก๊งส์เพื่อนสาว ที่นัดมาประชันบิกินี่สุดจี๊ดกันริมหาด ซึ่งแน่นอนว่าทุกรายละเอียดจะต้องสวยเนี้ยบแบบพอร์เฟ็คจึงเป็นที่มาของหัวข้อที่เราจะพูดคุยกันในวันนี้ “บิกินี่แว็กซ์

บิกินี่แว็กซ์ คืออะไร?

บิกินี่แว็กซ์ เป็นการแว็กซ์ขนบริเวณจุดซ่อนเร้น ซึ่งมีอยู่ 2 แบบค่ะ คือแบบบิกินี่ แว็กซ์ (Bikini Wax) โดยจะแว็กซ์เฉพาะขนด้านข้างจุดซ่อนเร้น เพื่อให้สาว ๆ ใส่บิกินี่ได้อย่างสวยงาม มั่นใจว่าไม่มีเส้นขนโผล่พ้นขอบบิกินี่หรือชุดว่ายน้ำออกมา กับอีกแบบคือ บราซิลเลี่ยนแว็กซ์ ( Brazilian Wax) คือการแว็กซ์ขนบริเวณน้องสาวทั้งหมดซึ่งแบบหลังนี้แก้มใสได้รับการยืนยันมาจากผู้บริหารร้านสาวแห่ง Honeypot ร้านบิกินี่แว็กซ์ชื่อดังมาว่าได้รับความนิยมมากกว่าแบบบิกินี่แว็กซ์อีกนะคะ อ๊ะ ๆ แล้วอย่าคิดว่ามีแต่ชาวต่างชาติที่นิยมทำนะคะ เพราะที่ร้านบอกแก้มใสมาว่า 70-80% ของลูกค้าเป็นสาวไทยค่ะ

[perfectpullquote align=”full” bordertop=”false” cite=”คุณสุชัญญา ผู้บริหาร Honeypot (Thailand)” color=”#16989D” size=”16″]“โดยส่วนมากจะเป็นสาว ๆ วัย 25 ปีขึ้นไป ที่ชื่นชอบซีรี่ย์สุดฮิตอย่าง Sex And The City เพราะเรื่องนี้จะมีการพูดถึงบราซิลเลี่ยนแว็กซ์บ่อย ๆ เช่นฉากที่ซาแมนต้าพูดว่า ถ้าพรุ่งนี้ฉันจะต้องตาย ฉันจะไปทำบราซิลเลี่ยนแว็กซ์ก่อน เพราะมันเป็นเหมือนสิ่งที่ทำให้เธอมั่นใจ ซึ่งก็เลยทำให้สาว ๆ หลายคนรู้สึกคุ้นเคยกับบราซิลเลี่ยนแว็กซ์จากตรงนี้ด้วย”[/perfectpullquote]

ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง?

หากสาว ๆ สนใจอยากลองทำบิกินี่แว็กซ์ แก้มใสมีคำแนะนำดี ๆ ในการเตรียมตัวมาฝากกันค่ะ

  1. ความยาวของเส้นขนที่เหมาะแก่การแว็กซ์ที่สุดคือ 0.5-1 ซม. ซึ่งส่วนมาทางร้านจะเล็มให้ก่อนทำการแว็กซ์ค่ะ แต่สำหรับสาว ๆ ที่เคยแว็กซ์หรือเพิ่งผ่านการโกนมา ก็ควรทิ้งช่วงซัก 3-4 สัปดาห์เพื่อให้เส้นขนงอกยาวก่อนนะคะจะได้ไม่เจ็บมากค่ะ
  2. หลีกเลี่ยงการแว๊กซ์ช่วงมีประจำเดือน ก่อนและหลังมีประจำเดือน 5 วัน เพราะถือว่าเป็นช่วง red zone ของการทำแวกซ์ค่ะ เนื่องจากจะเป็นช่วงที่ผิวหนังของคุณจะบอบบางและระคายเคืองง่ายกว่าปกติค่ะ
  3. หากเป็นไปได้สาว ๆ ควรจะสครับพื้นที่น้องสาวก่อนทำการแว๊กซ์นะคะ โดยอาจใช้เป็นสครับน้ำตาล หรือสครับถนอมผิว นวดวนเบาๆ เพื่อขจัดเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วออกไปจะช่วยลดการโอกาสการเกิดขนคุดหลังการแว็กซ์ได้ค่ะ
  4. ควรทำการแว็กซ์ก่อนใส่บิกินี่ 2-3 วัน เพราะหลังจากแว็กซ์แล้ว อาจจะมีอาการแดงได้ ดังนั้นเมื่อสาวๆจะลงไปเล่นน้ำทะเลหรือสระว่ายน้ำ ที่มีส่วนผสมของเกลือและคลอรีนอยู่ อาจทำให้เกิดการระคายเคืองได้ค่ะ
  5. เตรียมใจให้พร้อมค่ะ ข้อนี้แก้มใสเสริมเข้ามาเพราะบอกได้เลยว่าการกำจัดขนส่วนเกินด้วยการแว็กซ์นั้น เจ็บแน่นอน ยิ่งบริเวณจุดซ่อนเร้นเป็นบริเวณที่บอบบางเป็นพิเศษแล้ว ย่อมต้องเจ็บมากกว่าการแว็กซ์ขนบริเวณขาหรือรักแร้ ดังนั้นสาว ๆ จึงควรทำตัวสบาย ๆ หายใจลึก ๆ ไม่เกร็งจนเกินไปเพราะจะยิ่งทำให้รู้สึกเจ็บมากยิ่งขึ้นค่ะ

วิธีดูแลผิวหลังการแว็กซ์

หลังกำจัดขนส่วนเกินจนน้องสาวเนียนสวยแล้ว มาดูกันต่อเลยค่ะ ว่าควรต้องดูแลผิวอย่างไร

  1. หลีกเลี่ยงการใส่เสื้อผ้าที่รัดจนเกินไป เนื่องจากการเสียดสีจะทำให้เกิดการอักเสบและรอยแดงหายช้ากว่าปกติค่ะ
  2. งดการทรีทเม้นท์ด้วยความร้อน รวมไปทั้งการอาบน้ำอุ่น 24 ชม.หลังการเว็กซ์
  3. งด moisturizers รวมทั้งผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่มีน้ำหอม 24-48 ชั่วโมงหลังการแว็กซ์ค่ะ
  4. งดการใช้แป้งหรือผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ทาบริเวณที่แว็กซ์จนกว่ารอยแดงจะหาย ถ้าต้องการใช้แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหลังการแว็กซ์โดยตรง หรือเจลว่านหางจระเข้ที่ไม่ผสมแอลกอฮอล์ค่ะ
  5. งดการออกกำลังกาย รวมทั้งการว่ายน้ำและเล่นน้ำทะเลอย่างน้อย 2-3วันนะคะ เพราะเหงื่อและคลอรีนจะทำให้รูขุมขนอักเสบได้ อีกทั้งยังเสี่ยงต่อการติดเชื้อต่าง ๆ เนื่องจากรูขุมขุมยังเปิดอยู่ด้วยค่ะ
  6. หลีกเลี่ยงแสงแดด 2-3 วัน
  7. หลังการแว๊กซ์ 5 วัน ควรสครับผิวบริเวณจุดซ่อนเร้น ด้วยสครับเนื้อละเอียดเบา ๆ เพื่อลดปัญหาขนคุด เปิดทางให้เส้นขนสามารถงอกขึ้นได้ตามปกติค่ะ

ข้อดีและประโยชน์จากการทำบิกินี่แว็กซ์

  1. การแว็กซ์เป็นวิธีการกำจัดขนที่สามารถกำจัดเส้นขนได้อย่างถึงรากถึงโคน
  2. ช่วยผลัดเซลล์ผิว กำจัดผิวหนังกำพร้าชั้นนอก ทำให้ผิวใส เนียนนุ่ม น่าสัมผัสมากยิ่งขึ้น
  3. ขนที่ขึ้นใหม่จะอ่อนนุ่มและเบาบาง ไม่แข็งเหมือนการโกน
  4. ไม่ระคายเคืองผิวหรือเสี่ยงโดนบาดเหมือนการโกน และไม่ทำให้เป็นตุ่มหนังไก่เหมือนการถอน
  5. การกำจัดขนบริเวณจุดซ่อนเร้นจะช่วยลดกลิ่นไม่พึงประสงค์ ที่เกิดจากความอับชื้น และยังทำให้ง่ายต่อการดูแลรักษาความสะอาดมากยิ่งขึ้น
  6. เพิ่มความมั่นใจในการสวมใส่ชุดว่ายน้ำ รวมไปถึงสร้างความประทับใจให้กับคนพิเศษได้อีกด้วย

[perfectpullquote align=”full” bordertop=”false” color=”#16989D” size=”16″]ข้อควรระวัง การแว๊กซ์ไม่เหมาะสำหรับ ผู้เป็นโรคเบาหวานหรือผู้มีปัญหาเกี่ยวกับการไหลเวียนของกระแสโลหิต (Circulatory Problem)[/perfectpullquote]

ประเด็นน่าสนใจ แก้มใสอยากบอก

การกำจัดขนส่วนเกินในบริเวณต่าง ๆ ของร่างกายนั้น สามารถเลือกทำได้หลากหลายวิธีเลยนะคะ ไม่ว่าจะเป็นการโกน การถอน การแว็กซ์ หรือหากอยากได้แบบใช้เทคโนโลยีเข้าช่วยก็เป็นการใช้ iPL ซึ่งแก้มใสอยากบอกว่าแต่ละวิธีก็จะมีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกันออกไปค่ะ ซึ่งทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของสาว ๆ เป็นหลัก แต่สิ่งที่อยากฝากไว้ก็คือ การกำจัดขนนั้นเป็นการเปิดรูขุมขุนบนผิว จึงมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อหรือเกิดรูขุมขนอักเสบได้ การเลือกร้านที่จะเข้ารับบริการจึงต้องคำนึงถึงเรื่องความสะอาด อุปกรณ์เครื่องใช้ที่ได้มาตรฐาน ไม่นำมาใช้ซ้ำหรือปะปนกัน เพราะอาจเสี่ยงที่จะติดโรคได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณบิกินี่แว็กซ์ที่เป็นการกำจัดขนบริเวณจุดซ่อนเร้นที่บอบบางมาก ๆ และเป็นจุดอับชื้น สาว ๆ ยิ่งต้องดูแลใส่ใจให้มาก ๆ นะคะ

แก้มใสหวังว่าสิ่งที่นำมาฝากกันในวันนี้น่าจะช่วยเปิดโลกใหม่ให้กับสาว ๆ (หรือหนุ่ม ๆ ที่แอบเข้ามาอ่าน) หลายคน แต่อย่างที่แก้มใสได้บอกไปว่าวิธีการกำจัดขนส่วนเกิน ยังมีอีกหลาหลายวิธี ดังนั้นบทความหน้า แก้มใสจะมาแนะนำ วิธีกำจัดขนบิกินี่ด้วยตัวเอง เครื่องมือสุดไฮเทคที่ไม่ต้องกลัวเจ็บ ไม่ต้องเขินพนักงาน ไม่ต้องกลัวเรื่องติดเชื้อหรือรูขุมขนอักเสบ แถมยังช่วยกำจัดขนได้อย่างยาวนานแบบถาวรอีกด้วย นั่นแน่! สนใจแล้วใช่มั้ยล่ะคะ รอติดตามกันในบทความหน้าน๊า รับรองว่าเนื้อหาแน่นแต่อ่านเพลินเหมือนเดิมแน่นอนค่ะ

อ้างอิง: nailvillaandspa และ manager

บิกินี่แว็กซ์ เปลี่ยนวันธรรมดาของสาว ๆ เป็นวันสำคัญ (18+)
3.7 (73.14%) 35 votes

One thought on “บิกินี่แว็กซ์ เปลี่ยนวันธรรมดาของสาว ๆ เป็นวันสำคัญ (18+)

  1. Pingback: แนวขนบิกินี่ - เครื่องกำจัดขน IPL ช่วยได้หรือไม่ - envi

Leave a Reply