ยาคุมรักษาสิว ยี่ห้อไหนดี แล้วได้ผลจริงหรือ?

“ไม่ไหวแล้ว หน้ามีแต่สิว ไปหาหมอก็แล้ว ใช้ทั้งยา ทั้งครีมรักษาสารพัดขนาน แต่ก็ยังไม่ช่วยแก้ปัญหาให้ได้เท่าไหร่ ต้องทำอย่างไรดี” สถานการณ์เหล่านี้คือบริบทของคนหน้าสิวทั้งหลาย ซึ่งแก้มใสเข้าใจความรู้สึกที่เกิดขึ้นเป็นอย่างดี และก็ทำให้แก้มใสเป็นห่วงไม่แพ้กันเพราะตอนนี้กระแส “ยาคุมรักษาสิว” กำลังทำให้คนที่มีปัญหาหันไปพึ่งพากระแสสังคมจนไม่ศึกษาข้อมูลให้ดีก่อน ไปซื้อยาคุมมากินตามกระแส ตามเพื่อนบอก สุดท้ายสิวไม่รู้ว่าหายหรือเปล่า แต่ที่แน่ ๆ คือผลข้างเคียงจากยาคุมนี่แหละคือเรื่องที่ต้องใส่ใจ แล้วแพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไร เราไปดูกันเถอะ

ทำความรู้จักยาคุมกำเนิดให้ชัดเจน

ยาคุมกำเนิดมีหลายประเภท ผู้ผลิตก็ทำออกมาเพื่อให้ตอบสนองต่อผลการรักษามากที่สุด ทั้งนี้โดยทางการแพทย์นั้นจะแยกการรักษาด้วยส่วนผสมของตัวยาที่อยู่ข้างใน ซึ่งโดยหลัก ๆ แล้วจะมีส่วนผสมของฮอร์โมน 2 ชนิด คือ เอสโตรเจน (estrogen) และโปรเจสเตอโรน (progesterone) ดังนั้น เพื่อให้เราใช้ยาคุมอย่างถูกต้อง เราไปดูกันต่อว่ายาคุมมีกี่ประเภท

ยาคุมกำเนิดเลียนแบบธรรมชาติ (sequential pills) – ยาประกอบไปด้วย 2 ชุด ชุดแรก 15-16 เม็ดมีฮอร์โมนเอสโตรเจน 100% ส่วน 4-5 เม็ดจะมีทั้งเอสโตรเจน และโปรเจสเตอโรน เพื่อเลียนแบบธรรมชาติ แต่ยาคุมชนิดนี้มีผลข้างเคียงมาก และประสิทธิภาพการคุมกำเนิดยังไม่แน่นอน ปัจจุบันยาชนิดนี้ยกเลิกใช้แล้ว

Mini pills – ใช้เมื่อประจำเดือนมีความผิดปกติ ยาทุกเม็ดมีเฉพาะฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน แต่มีอยู่น้อยมาก ใช้รับประทานเมื่อต้องการเลื่อนประจำเดือน

Postcoital or morning after pills – ใช้เมื่อต้องการคุมกำเนิดฉุกเฉิน ในตัวยามีฮอร์โมนสูง ควรใช้เมื่อจำเป็นเท่านั้น แต่ถ้าจะให้ปลอดภัยคือเลือกที่จะคุมกำเนิดด้วยถุงยางอนามัยดีกว่า

เนื่องจากยาคุมมีหลายอย่างเพราะฉะนั้นจะบอกว่ายาคุมทุกชนิดทำให้ผิวพรรณดีขึ้นก็ไม่ถูกต้อง หากฮอร์โมนเอสโตรเจนเยอะ แน่นอนจะทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งแต่ในขณะเดียวกันอาจจะทำให้เกิดฝ้า และมะเร็งเต้านมได้

แยกแยะต้นตอของปัญหาสิว

จากข้อมูลข้างต้น เนื่องจากยาคุมมีหลายประเภท หากนำมาใช้อย่างไม่เหมาะสมจะเกิดผลข้างเคียงจนผู้ใช้ยาอาจจะลืมเช็คอาการตัวเอง ดังนั้น เราไปฟังข้อมูลที่ถูกต้องจากผู้เชี่ยวชาญจาก ผศ.พญ.สุวิรากร โอภาสวงศ์ ประชาสัมพันธ์สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย กันเถอะ

“ยาคุมที่ดีต้องมีฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนต้องบาลานซในสัดส่วนที่พอเหมาะ การใช้เอสโตรเจนเดี่ยวๆ ก็มีผลทำให้ผนังมดลูกหนาตัวมากไปทำให้โอกาสเสี่ยงเป็นมะเร็งทางระบบสืบพันธ์ ร่วมทั้ง เสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมสูงขึ้น ส่วนโปรเจสเตอโรน เป็นตัวที่เป็นแอนตี้แอนโตรเจน ตัวนี้ทานเข้าไปจะเกิดการคั่งของน้ำ บวมน้ำ สังเกตว่าเวลามีประจำเดือน เราจะรู้สึกว่าเราเปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวล หน้าอกใหญ่ขึ้น สะโพกผาย เพราะว่าน้ำคั่งขึ้นมานั่นเอง” ผศ.พญ.สุวิรากร โอภาสวงศ์

คุณหมอให้คำแนะนำไว้ว่า ยาคุมตอบสนองได้ดีกับสิวที่เกิดจากฮอร์โมน เท่านั้น ดังนั้นเราเองต้องได้รับคำแนะนำที่ถูกต้องจากแพทย์ก่อนว่าปัญหาสิวเราเกิดจากสาเหตุอะไร เพราะการเกิดสิว มีสาเหตุหลายอย่าง เช่น เกิดจากต่อมไขมันทำงานเยอะเนื่องจากอิทธิพลของฮอร์โมน มีการอุดตันที่ผิวหนัง แบคทีเรีย P.acne เข้าไปทำให้เกิดการอักเสบ คุณหมอจึงมาแนะวิธีสังเกตคนไข้สิวโผล่จากสาเหตุฮอร์โมน

คนที่เป็นสิวจากฮอร์โมน – มีข้อสังเกตเด่น ๆ อยู่ 2 ลักษณะดังนี้

  1. สิวมักจะเห่อทุกรอบเดือนช่วงประจำเดือนมา จะมีสิวมาก พอประจำเดือนหมดสิวก็ยุบ พอประจำเดือนมาสิวก็เยอะอีก สิวพวกนี้จะตอบสนองจากฮอร์โมนค่อนข้างดี
  2. มีลักษณะคล้ายผู้ชาย มีขน หนวด ประจำเดือนเยอะ เราอาจจะพิจารณาใช้ยาคุมกำเนิดรักษา แต่ไม่ได้เป็นยาอันดับแรกที่หมอจะเลือก จะพิจารณาในรายที่เขาอยากจะคุมกำเนิดอยู่แล้ว และลักษณะเพศชายเยอะ มีสิวขึ้นทุกรอบเดือน ใช้ยาทา และรับประทานยาปฎิชีวนะไม่ดีขึ้น จึงจะให้กินยาคุม

แต่เพื่อให้มีผลการรักษาที่ดี ต้องทานติดต่อไปสัก 2-3 เดือน จึงจะเริ่มเห็นว่าสิวเริ่มลดลง ผิวดีขึ้น เพราะต่อมไขมันจะค่อยๆ ทำงานน้อยลง ดังนั้นหน้าจะมันน้อยลงด้วย

Tip : เลเซอร์ IPL สามารถใช้ป้องกันสิวอักเสบที่เกิดจากแบคทีเรีย P.Acne ซึ่งได้รับความนิยมสำหรับคนที่ไม่ต้องการเสี่ยงเรื่องผลข้างเคียงของยา เลือกดูสินค้าและรับข้อเสนอพิเศษวันนี้ 

สำหรับคนที่ทานโรแอคคิวเทน (Roaccutane) หรือกรดวิตามินเอ จะทำให้รู้สึกว่าผิวหน้าแห้งไปเลยเพราะตัวยาจะเข้าไปลดการทำงานของต่อมไขมัน ทำให้การอุดตัน และการอักเสบลดลง โดยไม่ได้ไปปรับฮอร์โมน แต่ข้อพึงระวังคือ ตัวยาชนิดนี้มีผลข้างเคียงอันตรายต่อระบบต่าง ๆ ในร่างกาย โดยเฉพาะหากประสงค์จะตั้งครรภ์ ผู้ใช้ยาต้องหยุดตัวยาอย่างน้อย 1 เดือน ดังนั้นโรแอคคิวเทนจัดอยู่ในกลุ่มยาอันตราย ต้องใช้โดยแพทย์เท่านั้น

ผลข้างเคียงยาคุม

เพื่อให้การใช้ยามีความปลอดภัยที่สุด คุณหมอจึงให้ข้อมูลที่มีประโยชน์สำหรับคนที่กำลังใช้ยานำไปเป็นข้อมูลเพื่อไว้ดูแลตัวเอง

  • ผลข้างเคียงที่พบบ่อยได้แก่ คลื่นไส้ อาเจียน เวียนศีรษะ น้ำหนักตัวเพิ่ม ปวดศีรษะ แบบไมเกรน
  • ยาคุมบางชนิดทำให้สิวเห่อขึ้นได้ บางชนิดเป็นฝ้า
  • ประจำเดือนมากระปริดกระปรอย โดยเฉพาะที่ผู้ที่ทานยาไม่ครบ
  • มีการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ ได้แก่เกิดอาการซึมเศร้า วิตกกังวลมากขึ้น เป็นผลมาจากโปรเจสโตเจนสูง
  • อาการข้างเคียงที่รุนแรง แต่พบไม่บ่อยคือ เส้นเลือดอุดตัน Deep vein thrombosis, และมีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมสูงขึ้นกว่าผู้ที่ไม่ได้รับประทานยาคุม
  • มีผลต่อยาหลายตัว เช่น ยาปฏิชีวนะ ยาละลายลิ่มเลือด และยาหลายตัวก็มีผลต่อยาคุม ทำให้ประสิทธิภาพการคุมกำเนิดลดลง

บทสรุปการทานยาคุมให้ถูกต้อง

“จะพูดว่า กินยาคุมแล้วผิวเปล่งปลั่งก็ไม่ได้ หรือจะบอกว่ากินยาคุมแล้วรักษาสิวก็ไม่ได้ กินยาคุมแล้วจะเกิดฝ้าก็ไม่ใช่ อันนี้แล้วแต่ชนิดของยาคุมด้วยค่ะ” ผศ.พญ.สุวิรากร โอภาสวงศ์

จุดประสงค์การใช้ยาคุมกำเนิดเป็นการใช้เพื่อป้องกันการมีลูก หรือลดอาการปวดประจำเดือน และเลื่อนการมีประจำเดือนในบางเวลาออกไปเท่านั้น ผู้ที่กินยาคุมแล้วผิวสวย ไร้สิวฝ้า เป็นเพียงผลข้างเคียงจากฤทธิ์ยา ไม่ได้เป็นข้อบ่งชี้ในการใช้

การใช้ยาคุมเพื่อหวังผลให้รักษาสิว ผิวขาว ลดขนดก เหมือนกับการขี่ช้างจับตั๊กแตน เพราะการใช้ฮอร์โมนไปนานๆ โดยไม่มีข้อบ่งชี้ อาจทำให้เกิดมะเร็งเต้านมในเพศหญิง หรือเกิดมะเร็งต่อมลูกหมากในเพศชาย และเกิดผลเสียในระยะยาวได้

การที่จะมีผิวขาวใสอยู่ที่การดูแล อย่าให้ผิวแห้ง หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด ใช้ยากันแดด สวมเสื้อผ้าที่ปกปิด หมวก ร่ม ช่วยกันแดด รับประทานอาหารจำพวกผัก ผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงๆ ดื่มน้ำมากๆ พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ไม่เครียด ไม่สูบบุหรี่” คุณหมอสุวิรากรเผยกลเม็ดผิวสวยหน้าใสไร้สิวปิดท้าย

อ้างอิง: www.manager.co.th | เรียบเรียงโดย: คุณแก้มใส

ยาคุมรักษาสิว ยี่ห้อไหนดี แล้วได้ผลจริงหรือ?
3.3 (66.67%) 3 votes

2 thoughts on “ยาคุมรักษาสิว ยี่ห้อไหนดี แล้วได้ผลจริงหรือ?

  1. Pingback: รีวิว Micellar cleansing water เช็ดแล้วหน้าใสไม่อุดตันผิว – จากสาวจีบัน - envi

  2. Pingback: รีวิวรักษาสิว 63 เม็ด - สูตรสาวก Pantip ตอนแรก - envi

Leave a Reply