วิธีกินยาคุมรักษาสิว – ผู้เชี่ยวชาญแนะนำอย่างไร

วิธีกินยาคุมรักษาสิว – ผู้เชี่ยวชาญแนะนำอย่างไร
3.6 (72.5%) 8 votes

 

 

 

ไม่ไหวแล้ว หน้ามีแต่สิว ไปหาหมอก็แล้ว ใช้ทั้งยา ทั้งครีมรักษาสารพัดขนาน แต่ก็ยังไม่ช่วยแก้ปัญหาให้ได้เท่าไหร่ ต้องทำอย่างไรดี สถานการณ์เหล่านี้คือบริบทของคนหน้าสิวทั้งหลาย ซึ่งแก้มใสเข้าใจความรู้สึกที่เกิดขึ้นเป็นอย่างดี และก็ทำให้แก้มใสเป็นห่วงไม่แพ้กันเพราะตอนนี้กระแส “ยาคุมรักษาสิว” กำลังทำให้คนที่มีปัญหาหันไปพึ่งพากระแสสังคมจนไม่ศึกษาข้อมูลให้ดีก่อน ไปซื้อยาคุมมากินตามกระแส ตามเพื่อนบอก สุดท้ายสิวไม่รู้ว่าหายหรือเปล่า แต่ที่แน่ ๆ คือผลข้างเคียงจากยาคุมนี่แหละคือเรื่องที่ต้องใส่ใจ แล้วแพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไร เราไปดูกันเถอะ

 

 

คุณจะได้เรียนรู้อะไร – คุณสามารถแยกแยะสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาสิว และเลือกใช้ยาคุมลดปัญหาสิวได้อย่างเหมาะสมโดยมีผลข้างเคียงน้อยที่สุด

 

 

 

 

ยาคุมกำเนิดคืออะไร

ยาคุมกำเนิดมีหลายประเภท ผู้ผลิตก็ทำออกมาเพื่อให้ตอบสนองต่อผลการรักษามากที่สุด ทั้งนี้โดยทางการแพทย์นั้นจะแยกการรักษาด้วยส่วนผสมของตัวยาที่อยู่ข้างใน ซึ่งโดยหลัก ๆ แล้วจะมีส่วนผสมของฮอร์โมน 2 ชนิด คือ เอสโตรเจน (estrogen) และโปรเจสเตอโรน (progesterone) ดังนั้น เพื่อให้เราใช้ยาคุมอย่างถูกต้อง เราไปดูกันต่อว่ายาคุมมีกี่ประเภท

 

 

  1. ยาคุมกำเนิดเลียนแบบธรรมชาติ (sequential pills) – ยาประกอบไปด้วย 2 ชุด ชุดแรก 15-16 เม็ดมีฮอร์โมนเอสโตรเจน 100% ส่วน 4-5 เม็ดจะมีทั้งเอสโตรเจน และโปรเจสเตอโรน เพื่อเลียนแบบธรรมชาติ แต่ยาคุมชนิดนี้มีผลข้างเคียงมาก และประสิทธิภาพการคุมกำเนิดยังไม่แน่นอน ปัจจุบันยาชนิดนี้ยกเลิกใช้แล้ว
  2. Mini pills – ใช้เมื่อประจำเดือนมีความผิดปกติ ยาทุกเม็ดมีเฉพาะฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน แต่มีอยู่น้อยมาก ใช้รับประทานเมื่อต้องการเลื่อนประจำเดือน
  3. Postcoital or morning after pills – ใช้เมื่อต้องการคุมกำเนิดฉุกเฉิน ในตัวยามีฮอร์โมนสูง ควรใช้เมื่อจำเป็นเท่านั้น แต่ถ้าจะให้ปลอดภัยคือเลือกที่จะคุมกำเนิดด้วยถุงยางอนามัยดีกว่า

 

เนื่องจากยาคุมมีหลายอย่างเพราะฉะนั้นจะบอกว่ายาคุมทุกชนิดทำให้ผิวพรรณดีขึ้นก็ไม่ถูกต้อง หากฮอร์โมนเอสโตรเจนเยอะ แน่นอนจะทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งแต่ในขณะเดียวกันอาจจะทำให้เกิดฝ้า และมะเร็งเต้านมได้

 

 

แยกแยะสาเหตุปัญหาสิว

 

 

ภาพแสดงการเกิดสิวอักเสบจากแบคทีเรีย P.Acne ที่มารูป: www.euroclinix.net

 

 

จากข้อมูลข้างต้น เนื่องจากยาคุมมีหลายประเภท หากนำมาใช้อย่างไม่เหมาะสมจะเกิดผลข้างเคียงจนผู้ใช้ยาอาจจะลืมเช็คอาการตัวเอง ดังนั้น เราไปฟังข้อมูลที่ถูกต้องจากผู้เชี่ยวชาญจาก ผศ.พญ.สุวิรากร โอภาสวงศ์ ประชาสัมพันธ์สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย กันเถอะ

 

 

“ยาคุมที่ดีต้องมีฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนต้องบาลานซในสัดส่วนที่พอเหมาะ การใช้เอสโตรเจนเดี่ยวๆ ก็มีผลทำให้ผนังมดลูกหนาตัวมากไปทำให้โอกาสเสี่ยงเป็นมะเร็งทางระบบสืบพันธ์ ร่วมทั้ง เสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมสูงขึ้น ส่วนโปรเจสเตอโรน เป็นตัวที่เป็นแอนตี้แอนโตรเจน ตัวนี้ทานเข้าไปจะเกิดการคั่งของน้ำ บวมน้ำ สังเกตว่าเวลามีประจำเดือน เราจะรู้สึกว่าเราเปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวล หน้าอกใหญ่ขึ้น สะโพกผาย เพราะว่าน้ำคั่งขึ้นมานั่นเอง” ผศ.พญ.สุวิรากร โอภาสวงศ์

 

 

คุณหมอให้คำแนะนำไว้ว่า ยาคุมตอบสนองได้ดีกับสิวที่เกิดจากฮอร์โมน เท่านั้น ดังนั้นเราเองต้องได้รับคำแนะนำที่ถูกต้องจากแพทย์ก่อนว่าปัญหาสิวเราเกิดจากสาเหตุอะไร เพราะการเกิดสิว มีสาเหตุหลายอย่าง เช่น เกิดจากต่อมไขมันทำงานเยอะเนื่องจากอิทธิพลของฮอร์โมน มีการอุดตันที่ผิวหนัง แบคทีเรีย P.acne เข้าไปทำให้เกิดการอักเสบ คุณหมอจึงมาแนะวิธีสังเกตคนไข้สิวโผล่จากสาเหตุฮอร์โมน

 

 

สิวฮอร์โมนสังเกตุอย่างไร

  1. สิวมักจะเห่อทุกรอบเดือนช่วงประจำเดือนมา จะมีสิวมาก พอประจำเดือนหมดสิวก็ยุบ พอประจำเดือนมาสิวก็เยอะอีก สิวพวกนี้จะตอบสนองจากฮอร์โมนค่อนข้างดี
  2. มีลักษณะคล้ายผู้ชาย มีขน หนวด ประจำเดือนเยอะ เราอาจจะพิจารณาใช้ยาคุมกำเนิดรักษา แต่ไม่ได้เป็นยาอันดับแรกที่หมอจะเลือก จะพิจารณาในรายที่เขาอยากจะคุมกำเนิดอยู่แล้ว และลักษณะเพศชายเยอะ มีสิวขึ้นทุกรอบเดือน ใช้ยาทา และรับประทานยาปฎิชีวนะไม่ดีขึ้น จึงจะให้กินยาคุม

แต่เพื่อให้มีผลการรักษาที่ดี ต้องทานติดต่อไปสัก 2-3 เดือน จึงจะเริ่มเห็นว่าสิวเริ่มลดลง ผิวดีขึ้น เพราะต่อมไขมันจะค่อยๆ ทำงานน้อยลง ดังนั้นหน้าจะมันน้อยลงด้วย

 

 

เป็นเรื่องที่น่าสนใจที่ IPL มีผลต่อสิวเช่นกัน แสงจาก IPL จะทำปฏิกิริยากับแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดสิวบนผิวหน้า โดยการฆ่าแบคทีเรียชนิดนั้น นอกจากนี้ยังช่วยลดการผลิตน้ำมันบนผิวได้อีกด้วย การศึกษาโดย Yeung (2007) พิสูจน์ได้ว่าสามารถลดรอยแผลจากสิวได้ 43% หลังทำการรักษา 4 ครั้ง และยังมีอีกการศึกษาจาก Chang ที่ประเมินว่าการเพิ่ม IPL เข้าไปควบคู่กับการรักษาสิวด้วยครีมรักษาสิวแบบมาตรฐาน จะช่วยให้ผิวบริเวณนั้นดูดีขึ้น 

 

 

สำหรับคนที่ทานโรแอคคิวเทน (Roaccutane) หรือกรดวิตามินเอ จะทำให้รู้สึกว่าผิวหน้าแห้งไปเลยเพราะตัวยาจะเข้าไปลดการทำงานของต่อมไขมัน ทำให้การอุดตัน และการอักเสบลดลง โดยไม่ได้ไปปรับฮอร์โมน แต่ข้อพึงระวังคือ ตัวยาชนิดนี้มีผลข้างเคียงอันตรายต่อระบบต่าง ๆ ในร่างกาย โดยเฉพาะหากประสงค์จะตั้งครรภ์ ผู้ใช้ยาต้องหยุดตัวยาอย่างน้อย 1 เดือน ดังนั้นโรแอคคิวเทนจัดอยู่ในกลุ่มยาอันตราย ต้องใช้โดยแพทย์เท่านั้น

 

 

รีวิวเปลี่ยนเภสัชหน้าสิวเป็นสาวหน้าใส

ใครที่กำลังเผชิญปัญหาสิวบุกหนักในช่วงวัยรุ่น วัยเรียนต้องห้ามพลาดเด็ดขาด เพราะแก้มใสมีรีวิวครีมรักษาสิว ที่ช่วยรักษาสิวและรอยแดง รอยดำ จากสิว แนะนำโดยคุณพลอย-สาวเภสัชสุดสวยของ Pantip ที่ครั้งหนึ่งผิวหน้าของเธอเคยโดนสิวบุกหนักมาก ทั้งสิวอักเสบ สิวอุดตัน สิวหัวหนอง จนทำให้ขาดความมั่นใจ เธอจึงลุกขึ้นมาดูแลตัวเองด้วยการใช้ครีมรักษาสิวที่มีความปลอดภัยและช่วยแก้ปัญหาสิวและรอยแผลจากสิว…อ่านบทความสูตรรักษาสิวทั้งหมด

 

 

 

 

 

 

ผลข้างเคียงยาคุม

เพื่อให้การใช้ยามีความปลอดภัยที่สุด คุณหมอจึงให้ข้อมูลที่มีประโยชน์สำหรับคนที่กำลังใช้ยานำไปเป็นข้อมูลเพื่อไว้ดูแลตัวเอง

  • ผลข้างเคียงที่พบบ่อยได้แก่ คลื่นไส้ อาเจียน เวียนศีรษะ น้ำหนักตัวเพิ่ม ปวดศีรษะ แบบไมเกรน
  • ยาคุมบางชนิดทำให้สิวเห่อขึ้นได้ บางชนิดเป็นฝ้า
  • ประจำเดือนมากระปริดกระปรอย โดยเฉพาะที่ผู้ที่ทานยาไม่ครบ
  • มีการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ ได้แก่เกิดอาการซึมเศร้า วิตกกังวลมากขึ้น เป็นผลมาจากโปรเจสโตเจนสูง
  • อาการข้างเคียงที่รุนแรง แต่พบไม่บ่อยคือ เส้นเลือดอุดตัน Deep vein thrombosis, และมีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมสูงขึ้นกว่าผู้ที่ไม่ได้รับประทานยาคุม
  • มีผลต่อยาหลายตัว เช่น ยาปฏิชีวนะ ยาละลายลิ่มเลือด และยาหลายตัวก็มีผลต่อยาคุม ทำให้ประสิทธิภาพการคุมกำเนิดลดลง

 

กรณีศึกษาการกินยาคุมรักษาสิว

 

 

การกินยาคุมรักษาสิว และปรับฮอร์โมน ที่มารูป: www.fairviewcosmeticsurgery.com

 

 

คนไข้มีอาการ Pcos ทำให้คุณหมอสั่งยาคุมเพื่อปรับฮอร์โมนและรักษาสิว คนไข้จึงได้ไปหาข้อมูลเพิ่มเติมในอินเทอร์เน็ต พบคำแนะนำว่าการกินยาคุมเพื่อรักษาสิวนั้น หากหยุดกินจะยิ่งทำให้เป็นสิวมากขึ้น…เภสัชกรประดิษฐ์ งามศิริผล จึงให้คำแนะนำที่ถูกต้องไว้

ขออนุญาตตอบเฉพาะเรื่องยานะครับ ส่วนเรื่องอาการ PCOS แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ที่ทำการรักษาคุณจะดีกว่า เนื่องจากอาจต้องประกอบกับผลอัลตร้าซาวนด์ร่วมด้วย เรื่องของสิว ข้อมูลของบริษัทแจ้งว่า “อาจ” นะครับ ไม่ใช่ทุกรายที่จะกลับมาเป็นรุนแรงขึ้นเท่าเดิม และสาเหตุของสิวมีมากหลายสาเหตุทั้งเรื่องของการรับประทานอาหาร ที่ควรลดอาหารหวาน มัน จากการศึกษาวิจัยพบว่าสาเหตุที่ทำให้รับประทานชอคโกแลตแล้วเป็นสิว มักเป็นกับชอคโกแลตนม ที่มีการผสมน้ำตาล ยิ่งมาก ยิ่งขึ้นเยอะ และเป็นสิวอักเสบง่าย (สังเกตจากแผลผู้ป่วยเบาหวาน จะติดเชื้อง่าย แผลหายยาก และมักทำให้เป็นแผลเป็น)

  • ปรับพฤติกรรมเรื่องอาหาร เช่น รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เน้นผักสด ผลไม้กากใยสูงที่มีรสไม่หวานจัด ช่วยเรื่องควบคุมน้ำหนักและการขับถ่ายอีกด้วย เช่น ฝรั่งสุก มะละกอ กล้วยน้ำว้า
    หากมีอาการหิวระหว่างวัน อาจรับประทานแครอท หรือ คึนฉ่ายฝรั่ง จะช่วยให้ปากไม่ว่าง จะได้ไม่รู้สึกหิวอีกด้วย
  • ออกกำลังกาย ควรเป็นแบบแอโรบิค เพื่อใหร่างกายมีการกำจัดของเสียออกทางเหงื่อ สุขภาพแข็งแรง คุมน้ำหนักอีกด้วย
  • ผ้าปูที่นอน ผ้าขนหนู ควรซักให้สะอาดและตากแดด เพื่อให้สะอาด ฆ่าเชื้อ
  • เครื่องสำอาง เลือกชนิด comedone free, preservative & perfume free จะได้ลดสารแปลกปลอมที่คุณต้องสัมผัส
  • จากฮอร์โมนเพศที่ร่างกายคุณผลิตออกมา เนื่องจากความผิดปกติของรังไข่ เมื่อมีฮอร์โมนโปรเจสตินเพิ่มขึ้น ก็อาจเป็นสาเหตุของสิวได้เช่นกัน

จากข้อมูลข้างต้น ยาคุมกำเนิดที่แพทย์ให้คุณรับประทานนั้น เพื่อรักษาอาการ PCOS และช่วยลดสิวที่เกิดจากฮอร์โมนเพศเท่านั้น หากยังคงรับประทานอาหารที่กระตุ้นให้เกิดสิวหรือใช้สบู่ แชมพูที่กระตุ้นให้ผิวมัน ก็จะทำให้เกิดสิวได้เช่นกัน ช่วงนี้ควรต้องโฟกัสเฉพาะอาการ PCOS ก่อน ส่วนสิว ก็อาจจะค่อยลดความรุนแรงลงไป อาการที่คุณให้เพิ่มเติมมานั้น เป็นเพียงอาการจากการับประทานยาคุมกำเนิด ส่วนใหญ่จะค่อย ๆดีขึ้นเอง ภายใน 7-14 วัน

แนะนำให้รับประทานยาหลังอาหารเย็นทันที จะช่วยให้ร่างกายค่อย ๆดูดซึมยา จะช่วยลดอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาได้ และรับประทานให้ตรงเวลา คลาดเคลื่อน +/- ไม่เกิน 1 ชั่วโมง จะลดอาการทางเดินอาหาร และป้องกันไม่ให้เกิดอาการเลือดออกกะปริบกะปรอยระหว่างเดือนด้วย ให้รับประทานยาทุกชนิดด้วย น้ำเปล่าสะอาด เท่านั้นนะครับ เนื่องจากเครื่องดื่มอื่น ๆ เช่น นม ชา กาแฟ ชาเขียว น้ำอัดลม น้ำแร่ อาจทำให้ตัวยาตกตะกอน ร่างกายไม่สามารถดูดซึมเอาตัวยาไปใช้ได้

หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับโรคและการรักษา ควรสอบถามแพทย์ให้เข้าใจก่อนเริ่มต้นใช้ยานะครับ เพื่อทำความเข้าใจ ได้รับประโยชน์สูงสุด และไม่เกิดอันตรายจากการใช้ยา

อ้างอิง: คำแนะนำโดย เภสัชกรประดิษฐ์ งามศิริผล www.haamor.com

 

 

รีวิว IPL รักษาฝ้า จากประสบการณ์จริง

สำหรับเรารู้สึกว่าคุ้มค่ากับเงินที่เสียไปนะ ผลลัพธ์ที่ได้ในเรื่องฝ้ากระและจุดด่างดำนั้นถือว่าดีมาก แต่อย่างที่รู้กันดีว่าการจะรักษาฝ้ากระให้หายขาดนั้นไม่มีทาง ก็ได้แต่ดูแลรักษาให้จางลงได้มากที่สุดและใช้กันแดดทุกวัน สำหรับหัวยิงอีก 4 หัวที่เหลือ เราก็เริ่มมีใช้บ้างแล้ว เช่น กำจัดขนและ Reju แต่ไม่ได้เก็บผลเป็นรูปภาพต่อเนื่อง ซึ่งโดยรวมเราพอใจกับผลลัพธ์ที่ได้มาก…อ่านรีวิวทั้งหมด

 

 

 

 

 

 

บทสรุปการกินยาคุมให้ถูกต้อง

“จะพูดว่า กินยาคุมแล้วผิวเปล่งปลั่งก็ไม่ได้ หรือจะบอกว่ากินยาคุมแล้วรักษาสิวก็ไม่ได้ กินยาคุมแล้วจะเกิดฝ้าก็ไม่ใช่ อันนี้แล้วแต่ชนิดของยาคุมด้วยค่ะ เพราะยาคุมตอบสนองได้ดีกับสิวที่เกิดจากฮอร์โมน เท่านั้น ดังนั้นเราเองต้องได้รับคำแนะนำที่ถูกต้องจากแพทย์ก่อนว่าปัญหาสิวเราเกิดจากสาเหตุอะไร” ผศ.พญ.สุวิรากร โอภาสวงศ์

จุดประสงค์การใช้ยาคุมกำเนิดเป็นการใช้เพื่อป้องกันการมีลูก หรือลดอาการปวดประจำเดือน และเลื่อนการมีประจำเดือนในบางเวลาออกไปเท่านั้น ผู้ที่กินยาคุมแล้วผิวสวย ไร้สิวฝ้า เป็นเพียงผลข้างเคียงจากฤทธิ์ยา ไม่ได้เป็นข้อบ่งชี้ในการใช้

การใช้ยาคุมเพื่อหวังผลให้รักษาสิว ผิวขาว ลดขนดก เหมือนกับการขี่ช้างจับตั๊กแตน เพราะการใช้ฮอร์โมนไปนาน ๆ โดยไม่มีข้อบ่งชี้ อาจทำให้เกิดมะเร็งเต้านมในเพศหญิง หรือเกิดมะเร็งต่อมลูกหมากในเพศชาย และเกิดผลเสียในระยะยาวได้

การที่จะมีผิวขาวใสอยู่ที่การดูแล อย่าให้ผิวแห้ง หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด ใช้ยากันแดด สวมเสื้อผ้าที่ปกปิด หมวก ร่ม ช่วยกันแดด รับประทานอาหารจำพวกผัก ผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงๆ ดื่มน้ำมากๆ พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ไม่เครียด ไม่สูบบุหรี่” คุณหมอสุวิรากรเผยกลเม็ดผิวสวยหน้าใสไร้สิวปิดท้าย

อ้างอิง: www.manager.co.th | เรียบเรียงโดย: คุณแก้มใส